งานการตลาด มีลักษณะอย่างไร

March 28th, 2015

งานการตลาดเป็นการเรียนรู้ เพื่อศึกษาสภาพการตลาดโดยรวม อาจจะเริ่มจากการวางแผน ประชาสัมพันธ์สู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จัดนิทรรศการส่งเสริมการแสดงสินค้า วางแผนส่งเสริมสินค้าร่วมกับ ผู้ค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนจัดเก็บข้อมูลรายชื่อลูกค้า และประสานงานกับฝ่ายวิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ก่อนทำรายงานสรุปให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ

งานด้านการตลาดอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง แล้วแต่หน่วยงานหรือองค์กร หรืออาจจะแตกต่างกันตามตัวสินค้า แต่งานด้านการตลาดมีลักษณะร่วมกัน ดังนี้

ทำงานการตลาดผู้ทำงานด้านการตลาด ต้องรู้จักเรียนรู้และศึกษาหาข้อมูลของสินค้า หรือคู่แข่ง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ
วางแผน และเขียนแผนการตลาด เพื่อโปรโมทสินค้า และบริการอย่างรอบคอบ
วิเคราะห์ วิจัยกลุ่มเป้าหมาย เพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับการผลิตสินค้า งบประมาณ และผลกำไรที่จะได้รับ
ปรับแผนการตลาด และเสนอขออนุมัติจากผู้บริหาร
วางแผนกิจกรรมการส่งเสริมการขาย และการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อโปรโมทสินค้า

ติดตาม และประเมินผลของแผนการตลาด ก่อนส่งรายงานสรุปให้ผู้บริหารทราบ ถึงผลการวางแผนการตลาดที่นำเสนอมา

นักการตลาดที่ประสบความสำเร็จ บางครั้งต้องมีจินตนาการอยู่บ้าง หรืออาจต้องคิดให้ลึก และรอบด้านมากขึ้น มองข้ามความเป็นไปไม่ได้ดูบ้าง เพราะบางครั้ง การลองคิดนอกกรอบของการตลาดเดิม ๆ ก็อาจจะทำให้เราสามารถชักชวนคู่แข่งขัน ให้มาเป็นลูกค้าของเราได้อย่างไม่รู้ตัว

ดัชนีการส่งออกมีความสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย

February 23rd, 2015

9

ดัชนีการส่งออกมีความสำคัญต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย เมื่อหลายสำนักทางเศรษฐกิจ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน คาดการณ์ออกมาในทิศทางเดียวกันว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยปี 2557 จะอยู่ในระดับหดตัวจึงเป็นสัญญาณความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าการส่งออกคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศหรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 7 ล้านล้านบาทต่อปี แต่ปัจจุบันการส่งออกกลับเติบโตต่ำว่าที่เคยเป็นมา โดยการคาดการณ์ล่าสุดในรายงานนโยบายการเงินของ ธปท. ระบุว่าการส่งออกหดตัว -0.4% ต่ำกว่าช่วงปี 2542-2556 ที่ไทยส่งออกได้เฉลี่ยสูงถึงปีละ 12% จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์

สำหรับอุปสรรคสำคัญของการส่งออก นอกจากภาวะเศรษฐกิจโลกแล้ว ปัญหาเชิงโครงสร้างก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยก่อนหน้านี้ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เคยให้สัมภาษณ์ถึง ความเข้มแข็งของประเทศไทยในปัจจุบัน ในการปาฐกถาพิเศษเปิดศูนย์ Financial Communication Center คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 23 มิถุนายน 2557 ว่า เศรษฐกิจการเงินช่วยสนับสนุนความเข้มแข็งได้ระดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่ทำด้านอื่น ผ่านไปสักพักหนึ่ง เศรษฐกิจการเงินก็รับไม่ไหว ตัวอย่างเช่น การส่งออก แต่ก่อนเราพูดถึงการส่งออกประเทศโต 20% ตอนนี้จะเห็นทันทีว่า ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัว เหตุใดเราถึงไม่สามารถฟื้นด้านส่งออกได้เร็วเหมือนเศรษฐกิจโลก ตัวนี้ก็ชี้ได้ว่าเรามีข้อกำจัดบางอย่างอยู่ หรือเรื่องโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ เราก็รู้ว่าการขนส่งสินค้าของเราต้นทุนค่อนข้างสูง ไม่นับเรื่องการเดินทางของคนเองก็ไม่ได้สะดวกนัก หรือจะเป็นเรื่องฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเคยภูมิใจ พวกฮาร์ดดสก์ไดรฟ์ซึ่งใช้กับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แต่ปัจจุบันเขาใช้สมาร์ทโฟนแล้ว ซึ่งเราผลิตไม่ได้ ภาคอิเล็กทรอนิกส์เราจึงไม่เติบเหมือนบางประเทศ หรือเรื่องแรงงานที่ออกนอกประเทศเร็วๆ นี้ก็กระทบการผลิตในประเทศ เหล่านี้เป็นความท้าทายทั้งสิ้น เศรษฐกิจการเงินอย่างเดียวเอาไม่อยู่ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีแนวโน้มดีขึ้น โดยเดือนสิงหาคม สินค้าเกษตรส่งออกมากขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า โดยรวมเติบโต 9.4% เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่ดี แม้จะมีปัญหาด้านราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำอยู่ ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 4.5% ส่วนหนึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่จากข้อจำกัดเรื่องเทคโนโลยี ทำให้การฟื้นตัวของไทยน้อยกว่าประเทศอื่นๆ

ข้อดีของการซื้อสินค้าทางออนไลน์

January 28th, 2015

การซื้อสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะมีความสะดวกและมีข้อดีที่หลากหลาย ดังนี้

  1. สินค้ามีความหลากหลาย สามารถเปรียบเทียบได้ ในการค้นหาสินค้าทำได้ง่าย เพียงพิมพ์ชื่อสินค้าที่ต้องการ ก็สามารถเลือกสินค้าและร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือได้แล้ว และยังสามารถเปรียบเทียบคุณภาพ ราคา ก่อนตัดสินใจซื้อได้
  2. มีความสะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด สามารถทำรายการผ่านอินเตอร์เน็ตได้ง่ายๆ ไม่มีการเปิดปิดร้าน และยังสามารถชำระเงินผ่านอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย
  3. ไม่ต้องเดินหาสินค้า มีเวลาเหลือ ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินซื้อของ เพียงแค่เสียเวลาไม่กี่นาทีก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้แล้ว
  4. อยู่ไกลแค่ไหนก็สามารถซื้อสินค้าได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่จังหวัดใด หรือสั่งสินค้าจากภาคอื่นๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย
  5. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ค่ารถ ค่าน้ำมัน การเดินทางซื้อของตามแหล่งต่างๆย่อมมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง อาจมีราคาสูงกว่าราคาสินค้าที่ต้องการก็เป็นได้
  6. หลีกหนีการจราจรที่วุ่นวาย ช่วยเลี่ยงปัญหารถติดที่ทำให้เสียเวลา หาที่จอดรถยาก สิ้นเปลืองค่าจอดรถ
  7. ไม่ต้องเจอกับฝนฟ้าอากาศที่ไม่เป็นใจ คงไม่ดีแน่ถ้าการออกจากบ้านไปเดินซื้อของต้องผ่านสภาวะอากาศต่างๆในช่วงเดินทาง เช่น อากาศร้อน ฝนตก รวมถึงปัญหามลพิษทางเสียง ฝุ่นละออง โดยเฉพาะในกรุงเทพที่มีปัญหารถติดทุกวัน โดยเฉพาะแหล่งจำหน่ายสินค้า
  8. ไม่ต้องไปแย่งของกับคนอื่นๆ แหล่งสินค้าเต็มไปด้วยผู้คนหนาแน่น ทำให้มีความแออัด เบียดเสียด แต่ในระบบออนไลน์คุณสามารถเลือกดูได้ในหลายๆร้านโดยไม่ต้องไปแย่งกับใคร
  9. ไม่มีแรงกดดันจากคนขาย บางครั้งพ่อค้าแม่ค้ามีทั้งใจดี และมีทั้งจู้จี้ พูดเยอะ สร้างการจูงใจ เพื่อต้องการขายสินค้า จนบางครั้งต้องซื้อเพราะความเกรงใจ หากซื้อสินค้าออนไลน์ทำให้ไม่ต้องกลัวความกดดันจากพ่อค้าแม่ค้า
  10. มีสินค้าอัพเดทอยู่เสมอ เราสามารถเข้าชมสินค้าที่มีการอัพเดทอยู่ตลอดเวลา และร้านค้าออนไลน์มักจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าเพื่อดูแลลูกค้าเป็นระยะ ทำให้ไม่ต้องไปเดินตามแหล่งเพื่ออัพเดทสินค้าเอง

สร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายระหว่างฤดูฝน

December 15th, 2014

ยอดขายอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปีเนื่องจากมีผู้ขายจำนวนมากที่หันมาทำการค้าผ่านโลกดิจิตอล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมีผู้ขายจำนวนไม่กี่รายที่ทราบว่าการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อยอดขายของพวกเขา ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็คือในช่วงฤดูฝนของบ้านเรา ที่นอกจากฝนจะตกหนักแล้ว การจราจรก็ติดขัดเป็นอย่างมาก ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ที่บ้านไม่ออกไปไหนมากกว่า ซึ่งนั่นเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะทำให้ยอดขายอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าจะต้องเตรียมการรับมือให้ดีเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเพิ่มจำนวนของผู้เข้าชมร้านค้า วันนี้มี 5 กลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายสู้กับสายฝนที่จะแนะนำ

1.เครื่องมือการค้นหาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

เมื่อผู้ซื้อเสิร์ชหาสินค้า ข้อมูลส่วนใหญ่มักมากจากเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ อย่างกูเกิล (Google) หรือตัวช่วยในการค้นหาอื่น จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพของกลไกในการค้นหาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะดึงดูดใจผู้ซื้อได้ แม้ว่าเราจะไม่เห็นถึงขั้นตอนการทำงานของเครื่องมือค้นหาเหล่านั้น แต่วิธีการทำงานคร่าวๆ ก็คือเครื่องมือนี้จะรวมเอาความถี่ของคีย์เวิร์ดที่ถูกค้นหาเป็นประจำมารวมกันจากหลากหลายเว็บไซต์ โดยคุณต้องแน่ใจก่อนว่า เว็บไซต์ของคุณเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์อยู่หรือไม่ สิ่งสำคัญที่ต้องระวังก็คือ อย่าใช้คีย์เวิร์ดคำเดิมบ่อยเกินไปหรือใส่ลิงค์ที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ผลการค้นหาที่ออกมาก็จะไม่มีเว็บไซต์ของคุณปรากฏอยู่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการเด่นที่ราคูเท็น ตลาดดอทคอม โปรแกรมที่จะจัดการเรื่องนี้โดยอัตโนมัติให้ร้านค้า

2.หมั่นปรับเนื้อหาหน้าร้านให้หมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ สำหรับร้านค้าออนไลน์ คือ การอัพเดทเนื้อหาที่แสดงสินค้าอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลซื้อขาย การวางแผนล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ขายมีความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ เช่น มองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับฤดูกาลและคาดว่าจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ แล้วเตรียมคำอธิบายของสินค้าใหม่ให้น่าสนใจ ไม่แน่สินค้านั้นอาจจะดึงดูดใจให้ลูกค้ามาเป็นเจ้าของได้ นอกจากนี้วิดีโอก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ ที่จะช่วยอธิบายประโยชน์ของสินค้าได้ดียิ่งขึ้น เช่น อธิบายคุณสมบัติของสินค้าที่กันน้ำให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถช่วยอธิบายวิธีการใช้งาน หรือการตั้งค่าสินค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้คุณแตกต่างไปจากร้านค้าร้านอื่นอีกด้วย

3.รักษา “คอนเซ็ปต์” ของร้านค้าให้เด่นชัด

ร้านค้าออนไลน์สามารถสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามความต้องการของลูกค้าจะแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดภายหลังจากที่ได้ใช้เวลาสักพักในการเลือกชมร้านค้า ดังนั้น “คอนเซ็ปต์” ของร้านจึงไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เพื่อมิให้ลูกค้าสับสน เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะ หากต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง ก็ควรเริ่มจากสิ่งที่ไม่เปลี่ยนจากเดิมมากจนเกินไป ควรเริ่มต้นที่การเปลี่ยนสีของหน้าเว็บไซต์ เปลี่ยนดีไซน์ หลังจากที่คุณได้ทำการเปลี่ยนแปลงแล้ว คุณควรที่จะให้เพื่อนหรือครอบครัวของคุณได้ลองใช้งานจริงดูและถามความเห็น เพราะว่าเราเป็นคนทำด้วยตัวเองบางทีเราอาจจะไม่เห็นจุดบกพร่องเท่าที่คนอื่นเห็น สุดท้าย ถ้าหากว่าคุณมีร้านค้าหน้าร้านทั่วไปนอกเหนือจากร้านค้าออนไลน์อยู่แล้วด้วยละก็ ร้านค้าทั้งสองควรมีคอนเซ็ปต์ร้านและสไตล์การตกแต่งไปในทางเดียวกัน

4.วิเคราะห์ราคา แบ่งหมวดหมู่สินค้า สร้างข้อเสนอพิเศษ

การวิเคราะห์และตั้งราคาที่เหมาะสม แบ่งหมวดหมู่ให้เป็นระเบียบและสร้างแรงจูงใจ ก็ไม่ควรถูกมองข้ามในระหว่างช่วงเวลาแห่งการเพิ่มยอดขายของคุณ อย่าลืมว่ามีคู่แข่งมากมายหลายเจ้าที่พยายามจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าของคุณเช่นกัน ดังนั้นคุณควรที่จะเตรียมพร้อมสร้างสรรค์โปรโมชั่นหรือข้อเสนอดีๆ หรือของสมนาคุณพิเศษสำหรับฤดูกาลอันชุ่มฉ่ำนี้ ลองพิจารณาดูจากยอดขายที่ผ่านมาว่าแนวโน้มการเติบโตของยอดขายเป็นอย่างไรและช่วงเวลาไหนที่คุณควรจะจัดข้อเสนอพิเศษๆ ขึ้นมา ผลการสำรวจล่าสุด จาก ราคูเท็น สมาร์ท ช้อปปิ้ง เซอร์เวย์ ที่สำรวจนักช็อปชาวไทยพบว่า สินค้าราคาถูก เป็นหนึ่งในสามเกณฑ์สำคัญในการช็อปปิ้งเลยทีเดียว ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้ว ทำไมเราไม่เอาประโยชน์ตรงนี้มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเสียเลยละ?

5.พัฒนากลยุทธ์ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ในปัจจุบันมีผู้ใช้เฟซบุ๊กในประเทศไทยมากกว่า 18 ล้านคน ยังไม่รวมไปถึงเครื่อข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น อินสตาแกรม (Instagram) และทวิตเตอร์ (Twitter) ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ ถึงเวลาแล้วที่คุณควรจะหันมาใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เหล่านี้เป็นแรงขับเคลื่อนธุรกิจและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของคุณ และถ้าหากคุณมี เฟซบุ๊กเพจ(Facebook Page) อยู่แล้วละก็ ทำไมคุณไม่ลองใช้ฟังค์ชั่น ควิกซ์ เซอร์เวย์ (Quick survey) สำรวจดูละว่าลูกค้าอยากจะเห็นสินค้าแบบไหนจากร้านของคุณ หรือบางทีมันอาจจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าจากการแชร์รูปสินค้าสุดพิเศษของคุณที่สอดคล้องตามแต่ละฤดูกาลในอินสตาแกรมก็เป็นได้ แต่ควรระวังไว้หนึ่งอย่างว่าหากคุณเลือกที่จะใช้โซเชียลมีเดียเป็นกลยุทธ์ทางการค้าแล้วละก็ การค้าขายของคุณจะไมได้เป็นเพียงอาชีพเสริมอีกต่อไป เพราะผู้ใช้โซเชียลมีเดียคาดหวังที่จะได้รับการตอบรับที่รวดเร็วและต่อเนื่องจากคุณ ดังนั้น คุณต้องพิจรณาให้ดีก่อนว่าคุณจะมีวิธีรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึงเหล่านี้ไหม

สิ่งสำคัญที่จะสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายระหว่างฤดูฝนนั้น คือการวางแผนและเตรียมงานล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าไว้ในใจเสมอ ผู้ค้าขายผ่านโลกออนไลน์ต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด และการดำเนินการตามกลยุทธ์ที่เหมาะสมในชวงเวลาเช่นยามที่ฝนตกบ่อยอย่างตอนนี้ก็จะเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยเพิ่มยอดขายให้คุณได้อย่างแน่นอน

เทคนิคสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า

November 22nd, 2014

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการตลาดออนไลน์กำลังบูมขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันมีความแตกต่างกับการตลาดแบบ Offline มาก เพราะการทำตลาดออนไลน์ นอกจากเจ้าของธุรกิจจะไม่ต้องจ้างพนักงานแล้ว ยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมงและที่สำคัญ สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจนเสียด้วยซ้ำ แต่การมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสีย และข้อเสียข้อเนี่ย.. ของการตลาดออนไลน์ ก็คือ “ความน่าเชื่อถือ” กลัวที่จะถูกเชิดเงิน บ้างก็กลัวจะไม่ได้รับสินค้า กลัวสารพัด ต่างๆนาๆแล้วแต่จะคิด และยิ่งการตลาดแบบ E – Commerce แล้วยิ่งสร้างความกังวลต่อลูกค้ามากๆ เพราะว่าจ่ายก่อนแล้วได้ของทีหลัง

หลังจากที่เรารู้ว่าทำไมคนไทยถึงไม่ซื้อสินค้าออนไลน์ และหนึ่งในเหตุผลนั้นก็คือไม่ไว้ใจ กลัวร้านค้าโกง กลัวไม่ได้สินค้า สรุปคือ ขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้นสิ่งที่ผมจะนำเสนอต่อไปนี้ อาจจะช่วยไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็น แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจไม่ควรพลาด

1.เรามีตัวตน

ทำให้ลูกค้าเห็นว่าเรามีตัวตน คือ เราต้องมีชื่อ, ที่อยู่, เบอร์ติดต่อ หรือหน้า ติดต่อเรา ( contact us ) หากเป็นไปได้ มีรูปเจ้าของร้านยิ่งดี แต่อันนี้แล้วแต่เจ้าของธุรกิจนะครับ จะมีหรือไม่มีก็ได้

2.มีของดีต้องโชว์

หากว่าร้านคุณเคยได้รับรางวัล หรือได้ใบประกาศณียาบัตรการรับรองในสิ่งที่เกี่ยวกับร้านคุณหรือสินค้าคุณ ถ้ามีคุณก็ควรเอามาใส่ในเว็บไซต์ด้วย จะได้แสดงให้ลูกค้าเห็นว่า เรามีการรับรอง เช่น ทะเบียนการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอสิกส์และสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า ไม่ได้หลอกลวง

3.แสดงรายละเอียด บลาๆๆ

สินค้าของคุณคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร รวมถึงวิธีการใช้งาน การเก็บรักษา รวมถึงการขายเสื้อผ้า แฟชั่นต่างๆก็ควรบอก Size รวมถึงคุณสมบัติพิเศษของสินค้าว่าใส่สบาย ไม่ซับขนสัตว์ เป็นต้น การมีข้อมูลให้เยอะไว้ก่อนนั้นนอกจากดีกับลูกค้าแล้วยังดีกับ Google ไปในทางอ้อมด้วยนะ ยิ่งข้อมูลเยอะ Google ยิ่งให้อันดับสินค้าเราดีขึ้น

4.ใช้ลูกค้าให้เป็นประโยชน์

หากคุณมีลูกค้าเก่า หรือลูกค้าที่ใช้บริการกับคุณ หรือซื้อผลิตภัณฑ์ของคุณ คุณควรทำการ Test ลูกค้า ในการใช้สินค้า เหมือน Before / After หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรขอลูกค้าสัมภาษณ์และถ่ายรูปด้วยเลย หลังจากนั้นนำบทสัมภาษณ์ลูกค้าที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณ มาโชว์ลงเว็บไซต์คุณด้วย ซึ่งจะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ดูน่าเชื่อถือต่อธุรกิจคุณ เหมือน iTopplus ครับ

5.การรับประกัน

ควรมีเงื่อนไขการรับประกันสินค้า เช่น หากชำระเงินแล้วแต่ยังไม่ได้รับสินค้ายินดีคืนเงิน , สินค้ามีปัญหาเปลี่ยนได้ภายใน 7 วัน , ชำระค่าสินค้าแล้ว ทางเราจะจัดส่งสินค้าไม่เกิน 3 วัน เป็นต้น ซึ่งการเขียนในลักษณะนี้เป็นการกระตุ้นความไว้ใจของลูกค้า และที่สำคัญควรจัดส่งสินค้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ห้ามช้าเกินเด็ดขาด และควรตอบกับลูกค้าหลังจากสั่ง Order เสร็จ ไม่ควรปล่อยให้ลูกค้ารอเกิน 1-2 วัน สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นของการทำการตลาดออนไลน์ ลองคิดดูแล้วกัน คุณสั่งสินค้าและโอนเงินไปให้ และเจ้าของร้านหายเงียบไปเฉยๆ คุณก็คงจะรู้สึกกะวนกะวาย ร้อนใจและโกรธ ดังนั้นอย่าทำให้ลูกค้ารู้สึกแบบนี้กับร้านคุณเป็นอันขาด

6.อัพเดทให้บ่อย

หมั่นให้ความสนใจเว็บไซต์ ควรอัพเดทสินค้ามาใหม่หรือข้อมูลต่างๆที่ให้ประโยชน์แก่ลูกค้าอยู่เสมอ ถึงแม้จะไม่มีสินค้าใหม่ๆก็ตาม อย่าปล่อยให้เว็บไซต์ร้าง หรือไม่ก็ชวนคุยทางช่องทางติดต่อต่างๆอยู่เสมอ รวมถึงจัดโปรโมชั่น เล่นเกมส์แจกรางวัล มันก็จะช่วยสร้างความมั่นใจและแสดงให้ลูกค้าเห็นว่า เว็บไซต์เรายังมีการให้บริการอยู่เสมอไม่ได้ปล่อยทิ้งไว้แต่อย่างใด